จองปลอดภัย
เที่ยวกาญจนบุรีเตรียมตัวเที่ยวกาญจนบุรีวิธีเดินทางกาญจนบุรี

เที่ยวกาญจนบุรีฉบับเตรียมตัวจริง: ไปช่วงไหนดี เดินทางยังไง ต้องจองล่วงหน้าอะไรบ้าง

ทีมงานจองปลอดภัย

·อ่าน 11 นาที·0 ครั้ง
เที่ยวกาญจนบุรีฉบับเตรียมตัวจริง: ไปช่วงไหนดี เดินทางยังไง ต้องจองล่วงหน้าอะไรบ้าง
ภาพโดย Sven จาก Unsplash

กาญจนบุรีไปได้ทั้งปี แต่แต่ละฤดูให้ฟีลไม่เหมือนกัน

หลายคนสงสัยว่าควรไปกาญจนบุรีเดือนไหนถึงจะคุ้ม คำตอบจริง ๆ คือไปได้เกือบทั้งปี เพียงแต่ต้องรู้ว่าตัวเองอยากได้บรรยากาศแบบไหน ถ้าเป็นช่วงปลายฝนต่อต้นหนาวราวเดือนตุลาคมถึงธันวาคม น้ำตกเอราวัณจะมีสายน้ำสีเขียวมรกตที่เกิดจากเทือกเขาหินปูน ทำให้น้ำใสสะอาด เห็นตัวปลาแหวกว่ายอย่างชัดเจน ส่วนใครที่ชอบบรรยากาศสายหมอกแบบจริงจัง ต้องเล็งไปทางอำเภอทองผาภูมิและสังขละบุรี เพราะสังขละบุรีเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามอุดมสมบูรณ์ มีภูเขาน้อยใหญ่ แม่น้ำ ป่าเขาให้ได้ไปเที่ยวชมไม่รู้เบื่อ นั่นจึงทำให้ที่นี่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะหน้าหนาวที่หมอกลอยฟุ้งยามเช้าริมสะพานมอญ

ถ้าใครไม่กลัวเปียกและอยากเห็นกาญจนบุรีในเวอร์ชันเขียวสุด ๆ ลองเลือกช่วงหน้าฝนดูบ้าง เพราะในช่วงหน้ากรีนซีซั่นเมืองนี้ก็ยิ่งเพิ่มความชุ่มฉ่ำ ต้นไม้ใบหญ้าตลอดการเดินทางก็ผลิใบเป็นสีเขียวสุดสดชื่น แถมคนก็ไม่เยอะเท่าช่วงไฮซีซั่นปลายปี ข้อเสียเดียวคือถนนบางสายโดยเฉพาะเส้นขึ้นเขาไปอีต่อง ปิล็อก อาจลื่นและมีหมอกหนาตอนเช้า ต้องขับช้าลงหน่อย

Erawan waterfall emerald green water Thailand
ภาพโดย Nathan Boadle จาก Unsplash

จะขับรถ นั่งรถทัวร์ หรือนั่งรถไฟไปดี

ขับรถเอง: สะดวกสุดถ้าอยากลุยหลายจุดในวันเดียว

ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงกาญจนบุรีเพียง 129 กิโลเมตร วิ่งไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็ถึง ซึ่งปัจจุบันเดินทางง่ายขึ้นมากเพราะมีมอเตอร์เวย์สาย M81 บางใหญ่-กาญจนบุรีที่ช่วยย่นเวลาเดินทางได้พอสมควร เหมาะกับคนที่อยากตระเวนหลายโซนในทริปเดียว เช่น เช้าไปน้ำตกเอราวัณ บ่ายแวะวัดถ้ำเสือ เย็นไปเดินสกายวอล์ค เพราะถ้าไม่มีรถส่วนตัวการย้ายโซนระหว่างอำเภอจะกินเวลามาก

รถทัวร์-รถตู้: ไม่มีรถก็ไปได้ แต่ต้องวางแผนจุดต่อรถ

สำหรับคนไม่มีรถ จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่รถโดยสารจะออกทุก ๆ 20 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นถ้าจะต่อไปทางสังขละบุรีหรือทองผาภูมิ ต้องไปต่อรถที่ บขส.กาญจนบุรีอีกทอด โดยรถสาย 8203 เส้นทางกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ-สังขละบุรี จากจุดจอดช่อง B9 หน้าห้องน้ำ เที่ยวแรกออก 08.05 น. เฉพาะเที่ยวแรกเที่ยวเดียวที่วิ่งถึงอำเภอสังขละบุรี เที่ยวสุดท้ายออก 18.00 น. ใครจะไปโซนไกลแบบนี้ควรเช็กเวลารถให้แน่นอนก่อน ไม่งั้นอาจต้องนอนค้างกลางทาง

รถไฟ: เลือกสายธนบุรี-น้ำตก ได้บรรยากาศเก่า ๆ

ถ้าอยากได้ประสบการณ์แปลกตาขึ้นรถไฟธรรมดา ขบวน 257 จากสถานีธนบุรีไปลงที่สถานีกาญจนบุรี รถไฟจะออกจากท่าตอน 7 โมง 45 และไปถึงประมาณ 10 โมง 20 ราคาค่าตั๋วอยู่ที่คนละ 25 บาท เหมาะกับคนที่ไม่รีบและอยากชมวิวสองข้างทาง แต่ต้องยอมรับว่าด้วยความล่าช้าของรถไฟในบ้านเรา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะนั่งรถไฟเฉพาะขาไปเท่านั้น ส่วนขากลับก็นั่งรถทัวร์ หรือไม่ก็รถตู้จากท่ารถในตัวเมืองกาญจน์จะสะดวกและเร็วกว่า

Thailand death railway train scenic route
ภาพโดย John Mukiibi Elijah จาก Unsplash

จุดไหนต้องจองล่วงหน้า อย่าไปถึงหน้างานแล้วผิดหวัง

หลายคนคิดว่ากาญจนบุรีไปแบบไม่วางแผนก็ได้ แต่บางจุดฮิตตอนนี้เริ่มจำกัดจำนวนคนต่อวันแล้ว อย่างเส้นทางเดินป่าเขาสันหนอกวัว อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ที่เปิดแหล่งท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. - 9 ก.พ. ของทุกปี ต้องโทรจองได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 3451 0431 เวลาทำการ 09.00-16.00 น. เปิดรับจองเป็นรอบเดือน และในวันเดินทางจริงยังมีเงื่อนไขเรื่องเวลาลงทะเบียนอีกชั้นหนึ่ง เพราะในวันเดินทางขึ้นเขาสันหนอกวัว ให้นักท่องเที่ยวลงทะเบียนก่อนขึ้นเขา ณ จุดชมวิวป้อมปี่ สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา 8.00-9.30 น. เท่านั้น ใครมาจากกรุงเทพฯ แบบเช้าไปเย็นกลับมีโอกาสไปไม่ทันสูงมาก ควรวางแผนนอนใกล้จุดป้อมปี่ล่วงหน้าหนึ่งคืน

ส่วนน้ำตกเอราวัณแม้ไม่ต้องจองคิวล่วงหน้าแบบเขาสันหนอกวัว แต่ควรเผื่อเวลาไปถึงแต่เช้า เพราะเวลาเปิด-ปิดคือ 07.00-16.30 น. ค่าเข้าอุทยานผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท ถ้าไปสายช่วงวันหยุดยาวที่จอดรถหน้าอุทยานอาจเต็มและต้องเดินไกลขึ้น สำหรับสกายวอล์คกลางเมือง มีค่าเข้าคนละ 60 บาท ได้รองเท้าสำหรับเดิน 1 คู่ และช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการมาเช็คอินถ่ายรูปคือช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะแดดจัดตอนกลางวันทำให้พื้นกระจกร้อนและแสงไม่สวย

Kanchanaburi skywalk glass bridge river view
ภาพโดย Lalith Kahatapitiya จาก Unsplash

เตรียมของยังไงให้ไม่พลาด เพราะกาญจนบุรีเล่นน้ำได้แทบทุกจุด

จุดเด่นของกาญจนบุรีคือมีทั้งน้ำตก แพริมน้ำ และกิจกรรมทางน้ำเยอะมาก ถ้าแพลนจะลงเล่นน้ำที่น้ำตกเอราวัณหรือไทรโยคน้อย ควรเตรียมชุดลุยน้ำ รองเท้ารัดส้นกันลื่น และผ้าเช็ดตัวผืนเล็กติดกระเป๋าไปด้วย เพราะหลายจุดไม่มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสะดวกเท่าที่คิด พอกลับมาที่พักตอนเย็นแล้วของอาบน้ำกับเครื่องสำอางกระจัดกระจายเต็มกระเป๋าเดินทาง แนะนำให้พกตัวช่วยจัดระเบียบไปด้วยสักใบ

กระเป๋าใส่เครื่องอาบน้ำ สามารถแขวนได้กระเป๋าใส่เครื่องอาบน้ำ สามารถแขวนได้กระเป๋าใส่เครื่องอาบน้ำ สามารถแขวนได้

กระเป๋าใส่เครื่องอาบน้ำ สามารถแขวนได้

ดูสินค้าบน Shopee ลิงก์พันธมิตร — ซื้อผ่านลิงก์นี้เราได้ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับคุณ

พอถึงที่พักก็แค่แขวนไว้ในห้องน้ำ ไม่ต้องกางของเกลื่อนอ่างล้างหน้าเหมือนเดิม โดยเฉพาะถ้าพักแบบรีสอร์ทริมน้ำหรือแพที่ห้องน้ำมักมีพื้นที่วางของจำกัด การแขวนแบบนี้ช่วยได้เยอะ นอกจากนี้ถ้าแพลนไปโซนเขาแหลมหรือสังขละบุรีที่อากาศเย็นตอนเช้า ควรมีเสื้อกันหนาวบาง ๆ ติดรถไว้ด้วย เพราะอุณหภูมิตอนเช้ากับกลางวันต่างกันพอสมควร

วางแผนเส้นทางคร่าว ๆ ตามเวลาที่มี

ถ้ามีแค่วันเดียวแบบเช้าไปเย็นกลับ ควรเลือกโซนในตัวเมืองกับใกล้เคียงเป็นหลัก เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว สกายวอล์ค วัดถ้ำเสือ แล้วปิดท้ายด้วยร้านอาหารริมน้ำ ไม่ควรฝืนวิ่งไปถึงสังขละบุรีเพราะใช้เวลาเดินทางไกลเกินไปสำหรับทริปวันเดียว ส่วนถ้ามีเวลา 2 วัน 1 คืน วันแรกเน้นตัวเมืองและน้ำตกเอราวัณ ส่วนวันที่สองค่อยขยับไปทางไทรโยค แวะน้ำตกไทรโยคน้อยที่เดินทางสะดวกมาก จะขับรถมาก็ได้ หรือถ้าอยากได้ฟีลวินเทจกว่านั้นก็นั่งรถไฟมาลงได้เลย

สำหรับคนที่มีเวลา 3 วันขึ้นไปและอยากเห็นกาญจนบุรีแบบครบรส ค่อยขยับไปทางทองผาภูมิและสังขละบุรี เพราะระยะทางไกลพอสมควรและมีจุดเที่ยวที่ควรใช้เวลาซึมซับ เช่น บ้านอีต่องที่มีความเงียบสงบ เรียบง่าย พร้อมให้ได้สัมผัสกับความสโลว์ไลฟ์ สามารถสัมผัสความเย็นสบายได้ทั้งในยามเช้าและยามเย็น ไปจนถึงสะพานมอญที่สังขละบุรี ถ้าไปแบบรีบ ๆ จะเสียดายเวลาเดินทางเปล่า ๆ

ไม่ว่าจะเลือกเที่ยวโซนไหนของกาญจนบุรี ลองดูข้อมูลที่พักและรีวิวพื้นที่เพิ่มเติมได้ที่ หน้าโซนกาญจนบุรี ก่อนวางแผนทริปจริงจัง จะได้เห็นภาพรวมทั้งระยะทางและความเหมาะสมของแต่ละอำเภอชัดขึ้น

ตรวจสอบเพจก่อนจองทันที

ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที

เริ่มตรวจสอบ →

ดูรายชื่อที่พักที่ตรวจสอบแล้วในกาญจนบุรี

กาญจนบุรี · กาญจนบุรี

→

ความคิดเห็น